เรียนครูไม่ตกงาน

ข่าวการศึกษาวันนี้มีระเบียบการรับสมัครครู ในสังกัด กพฐ. มาบอกกันครับ...ซึ่งคงลบความเชื่อของน้องๆหลายคนที่ว่า “เรียนครู แล้วตกงาน” ซึ่งดูรายละเอียดแต่ละสาขานั้นน่าสนใจทีเดียวครับ...รายละเอียดจะเป็นไงนั้น ไปตามอ่านกันเลย...

สพฐ.ประกาศอัตราสอบบรรจุข้าราชการครูรอบแรก 36 สพท.ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 471 อัตรา โดยเปิดสอบบรรจุสาขาภาษาอังกฤษมากที่สุด รองลงมาได้แก่ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์

นายมังกร กุลวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังลงนามคำสั่งเรื่องการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วยครั้งที่ 1/2551 ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน36 เขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเปิดรับสมัครวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2551 นี้ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ได้แจ้งรายละเอียดข้อมูล จำนวนที่เปิดสอบบรรจุและสาขาวิชาเอกที่เปิดรับมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดังนี้

สพท.กทม.เขต 2 รับ 8 อัตรา ได้แก่ ฟิสิกส์ 3 อัตรา เคมี 3 อัตรา และชีววิทยา 2 อัตรา, ปทุมธานี เขต 2 จำนวน 14 อัตรา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ 7 อัตรา ฟิสิกส์ 2 อัตรา เคมี 1 อัตรา คอมพิวเตอร์ 3 อัตรา ภาษาจีน 1 อัตรา, สพท.ยะลา เขต 1 รับ 20 อัตรา ได้แก่ คณิตศาสตร์ 5 อัตรา ภาษาไทย 4 อัตรา ภาษาอังกฤษ 4 อัตรา วิทยาศาสตร์ทั่วไป 2 อัตรา ประถมศึกษา 1 อัตรา ปฐมวัย 1 อัตรา คอมพิวเตอร์ 1 อัตรา พลศึกษา 1 อัตรา ดนตรีศึกษา (สากล) 1 อัตรา, สพท.สงขลา เขต 3 รับ 11 อัตรา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ทั่วไป สังคมศึกษา คอมพิวเตอร์ ปฐมวัยศึกษา/อนุบาลศึกษา ดนตรีนาฏศิลป์ เกษตร บรรณารักษ์ วัดผลการศึกษา อย่างละ 1 อัตรา, สพท.กระบี่ รับ 15 อัตรา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ 3 อัตรา เกษตร 2 อัตรา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ทั่วไป สังคมศึกษา คอมพิวเตอร์ ประถมศึกษาหรือการประถมศึกษา การศึกษาปฐมวัย ดนตรีศึกษา พลศึกษา เคมี อย่างละ 1 อัตรา

คุณสมบัติ

คุณสมบัติของครูอาจารย์ที่ดี

1. ประพฤติตัวให้เป็นที่รัก (ปิโย)
2. มีใจหนักแน่นทำตนให้น่ายำเกรง (ครุ)
3. อบรมตนเองสม่ำเสมอ (ภาวนีโย)
4. ฉลาดสอน ฉลาดพูด (วตฺตา)
5. อดทนต่อถ้อยคำล่วงเกิน (วจนกฺขโม)
6. พูดเรื่องลึกซึ้งให้เข้าใจลึกซึ้งได้ (คมฺภีรํ กถํ กตฺตา)
7. ไม่ชักนำศิษย์ไปในทางเสียหาย (โน จฎฺฐาเน นิโยชเย)

หน้าที่ของครูอาจารย์พึงมีต่อศิษย์

1. แนะนำดี
2. ให้เรียนดี
3. บอกศิลปให้สิ้นเชิง ไม่ปิดบังอำพราง
4. ยกย่องให้ปรากฎในเพื่อนฝูง
5. ทำความป้องกันในทิศทั้งหลาย

หน้าที่ของศิษย์พึงมีต่อครูอาจารย์

1. ให้การต้อนรับ
2. เสนอตัวรับใช้
3. เชื่อฟัง
4. คอยปรนนิบัติ
5. เรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ

ครูมืออาชีพ

ความเป็นมืออาชีพของครู จึงควรที่จะต้องยึดถือและปฏิบัติให้เกิดความสัมพันธ์กับมาตรฐานของวิชาชีพครู ซึ่งมีความสำคัญและความจำเป็นต่อครูทุกคน ทั้งนี้เนื่องจากกระแสแห่งโลกาภิวัตน์ ทำให้ มีความจำเป็นที่บุคคลจักต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกระดับ ให้มีความสำนึกต่อบทบาทและภารกิจต่าง ๆ ที่มีต่อสังคมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 พร้อมทั้งกฎระเบียบข้อบังคับและกติกาทางสังคมแห่งยุคประชาธิปไตย เป็นสิ่งบ่งบอกว่าต่อไปนี้ สังคม องค์การ หน่วยงาน และหน่วยปฏิบัติต่าง ๆ มีความต้องการ “ครูมืออาชีพ” มิใช่เพียงแต่มี “อาชีพครู” เกิดขึ้นเท่านั้น ซึ่งตามทัศนะของผู้เขียนแล้ว “ครูมืออาชีพ” จักต้องมีลักษณะพื้นฐานในตน 3 ประการ ต่อไปนี้ คือ
1. ครูต้องมี ฉันทะ ต่ออาชีพครู เป็นพื้นฐาน
2. ครูต้องมีความเมตตา ต่อเด็กและบุคคลรอบข้างเป็นพื้นฐาน และ
3. ครูต้องมีความเป็น กัลยาณมิตร พร้อมเสมอที่จะช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ครูมืออาชีพต้องมีคุณภาพการสอน
สิ่งที่ครูมืออาชีพควรตระหนักเป็นอย่างยิ่งก็คือ “คุณภาพการสอน” ซึ่งเป็นความสามารถที่จะสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกคน
ครูมืออาชีพ จึงต้องมีความสามารถต่อไปนี้
1. สามารถประยุกต์ใช้ยุทธศาสตร์ และการจัดระบบ ได้อย่างเหมาะสมกับการเรียนรู้และความต้องการทางการศึกษาของผู้เรียน สภาพแวดล้อมของโรงเรียนและสาระการเรียนรู้ที่สอน
2. สามารถติดตามการเรียนรู้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ใช้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อวางแผนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เป็นกลุ่มและเป็นชั้น
3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างอิสระ ฝึกการใช้ภาษา คาดหวังให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบในการเรียนรู้
4. พัฒนาความสัมพันธ์เชิงจรรยาบรรณ บนพื้นฐานทักษะการสื่อสารที่ดีให้การยอมรับผู้เรียนทุกคน และคาดหวังจะได้รับการยอมรับจากผู้เรียน
5. มีความรู้ที่ทันสมัย และสนับสนุนข้อคิดเห็นที่มีต่อหลักสูตรอย่างกระตือรือร้น
6. เชื่อความสามารถในการเรียนของผู้เรียนทุกคน คาดหวังว่าผู้เรียนทุกคนเรียนรู้และส่งความคาดหวังนี้ไปยังแต่ละบุคคล โรงเรียนและชุมชน
7. กระตือรือร้นในการฝึกผู้เรียนเข้าสู่ประสบการณ์แห่งการเรียนรู้เรื่องที่ผู้เรียนเห็นว่ามีความสำคัญต่อชีวิตของตน
8. ช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างความเชื่อมโยง เข้าใจความสัมพันธ์ทั้งภายในและระหว่างสาระการเรียนรู้
ครูสอนดีต้องมีหลักในการสอน
การสอนที่ดีและมีคุณภาพย่อมต้องคำนึงถึงหลักสำคัญ ๆ 20 ประการ ดังนี้
1. ศึกษาหลักสูตรให้กระจ่าง
2. วางแผนการสอนอย่างดี
3. มีกิจกรรม/ทำอุปกรณ์
4. สอนจากง่ายไปหายาก
5. วิธีสอนหลากหลายชนิด
6. สอนให้คิดมากกว่าจำ
7. สอนให้ทำมากกว่าท่อง
8. แคล่วคล่องเรื่องสื่อสาร
9. ต้องชำนาญการจูงใจ
10. อย่าลืมใช้จิตวิทยา
11. ต้องพัฒนาอารมณ์ขัน
12. ต้องผูกพันห่วงหาศิษย์
13. เฝ้าตามติดพฤติกรรม
14. อย่าทำตัวเป็นทรราช
15. สร้างบรรยากาศไม่น่ากลัว
16. ประพฤติตัวตามที่สอน
17. อย่าตัดรอนกำลังใจ
18. ให้เทคนิคการประเมิน
19. ผู้เรียนเพลินมีความสุข
20. ครูสนุกกับการเรียน
(รศ.ดร.ทองคูณ หงส์พันธุ์, 2544)
สรุปตอนท้ายว่า “การสอน” เป็นภารกิจหลักของครู ครูมืออาชีพจึงต้องเน้นการสอนให้มีคุณภาพ เพราะว่าคุณภาพการสอนของครูย่อมส่งผลดีต่อนักเรียน และเยาวชนของชาติ การประเมินคุณภาพของครูจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องประเมินจากตัวเด็กและเยาวชนของชาติ ดังคำกล่าวที่ว่า “คุณภาพของเด็ก” สะท้อน “คุณภาพของครู” ดังนั้นครูมืออาชีพควรมีและควรเป็นก็คือ ต้องเน้นคุณลักษณะพื้นฐานนั่นคือ ฉันทะ เมตตา และ กัลยาณมิตร ซึ่งถือว่าเป็นคุณภาพพื้นฐานที่สำคัญของครู และพัฒนาการสอนของครูซึ่งเป็นภารกิจหลัก โดยเฉพาะการสอนอย่างมีคุณภาพ นั่นคือ ครูมืออาชีพ จึงต้องมีคุณธรรมโน้มนำ ทำการสอนอย่างมีคุณภาพ มีภาพลักษณ์ของความเป็นครูดี เพื่อพัฒนาศักดิ์ศรีของอาชีพครูสืบไป
ขอให้ครูมืออาชีพทุกท่านจงรวมพลัง สร้างสรรค์ พัฒนาอาชีพครู เพื่อมุ่งสู่ความเป็นครูมืออาชีพ ด้วยความมุ่งมั่นต่อไป ผู้เขียนขอเป็นกำลังใจแด่ทุกท่านเสมอและตลอดไป.

สมัครเรียน หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู

๑. คุณสมบัติของผู้สมัคร
-เป็นพระภิกษุ-สามเณร และบุคคลทั่วไป ทั้งเพศชาย-หญิง
-มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อเป็นต้น
-มีความประพฤติดี
-ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิต
๒.คุณสมบัติทางการศึกษา
-เป็นผู้สำเร็จ ป.ธ. ๙
-เป็นผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทุกสาขาวิชา
-เป็นผู้สำเร็จการศึกษาในระดับอนุปริญญา หรือเทียบเท่า มีประสบการณ์สอนในโรงเรียนมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ชั่วโมง
-การรับสมัคร
-เปิดขายใบสมัคร ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๘
-ลงเบียน วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๘
-ปฐมนิเทศ วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๔๘
-เปิดเรียน ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๔๘ เป็นต้นไป (เรียนเฉพาะ วันเสาร์-อาทิตย์)
-รับจำนวน ๕๐ รูป/คนเท่านั้น
-สถานที่รับสมัคร
-ติดต่อขอซื้อใบสมัครได้ที่ สำนักงานสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน (ชั้นที่ ๓) มจร.วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์ วัดนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ๖๐๐๐๐ โทร. ๐-๕๖๒๒-๗๘๗๙
ตั้งแต่ เวลา ๐๙.๐๐ -๑๖.๐๐น. (เว้นวันพระและวันอาทิตย์)
ค่าบำรุงการศึกษา เหมาจ่าย จำนวน ๙,๐๐๐ บาท โดยผ่อนชำระเป็น ๓ งวด ๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท .

จรรยาบรรณ

จรรยาบรรณในวิชาชีพครู


ความหมาย

จรรยาบรรณในวิชาชีพหมายถึงประมวลมาตรฐานความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องประพฤติปฏิบัติเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อผดุงเกียรติและสถานะของวิชาชีพนั้นก็ได้ผู้กระทำผิดจรรยาบรรณ จะต้องได้รับโทษโดยว่ากล่าว ตักเตือน ถูกพักงาน หรือถูกยกเลิกใบประกอบวิชาชีพได้

ความสำคัญ

จรรยาบรรณในวิชาจะเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะจำแนกอาชีพว่าเป็นวิชาชีพหรือไม่ อาชีพที่เป็น “วิชาชีพ” นั้นกำหนดให้มีองค์กรรองรับ และมีการกำหนดมาตรฐานของความประพฤติของผู้อยู่ในวงการวิชาชีพซึ่งเรียกว่า “จรรยาบรรณ“ ส่วนลักษณะ “วิชาชีพ ” ที่สำคัญคือ เป็นอาชีพที่มีศาสตร์ชั้นสูงรองรับ มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยและพัฒนาวิชาชีพมีการจัดการสอนศาสตร์ดังกล่าวในระดับอุดมศึกษาทั้งการสอนด้วยทฤษฏีและการปฏิบัติจนผู้เรียนเกิดความชำนาญ และมีประสบการณ์ในศาสตร์นั้น นอกจากนี้จะต้องมีองค์กรหรือสมาคมวิชาชีพ ตลอดจนมี “จรรยาบรรณในวิชาชีพ” เพื่อให้สมาชิกในวิชาชีพดำเนินชีวิตตามหลักมาตรฐานดังกล่าวหลักที่กำหนดในจรรยาบรรณวิชาชีพทั่วไป คือ แนวความประพฤติปฏิบัติที่มีต่อวิชาชีพต่อผู้เรียน ต่อตนเอง และต่อสังคม ดังนี้




จรรยาบรรณต่ออาชีพ


ผู้ที่อยู่ในวงวิชาชีพจะต้องยึดถือจรรยาบรรณ ในการดำรงวิชาชีพให้เป็นที่ยอมรับ คือ

1. ศรัทธาต่อวิชาชีพ ผู้ที่อยู่ในวงการวิชาชีพครู ต้องมีความรักและศรัทธาต่อวิชาชีพครู เห็นว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในฐานะที่เป็นอาชีพที่สร้างคนให้มีความรู้ความสามารถ และเป็นคนที่พึงประสงค์ของสังคม ผู้อยู่ในวิชาชีพจะต้องมั่นใจ ในกาประกอบวิชาชีพนี้ด้วยความรัก และชื่นชมในความสำคัญของวิชาชีพ

2. ธำรงและปกป้องวิชาชีพ สมาชิกของสังคมวิชาชีพต้องมีจิตสำนึกในการธำรง ปกป้อง และรักษาเกียรติภูมิของวิชา ไม่ให้ใครมาดูหมิ่นดูแคลน หรือเหยียบย่ำ ทำให้สถานะของวิชาชีพต้องตกต่ำ หรือ มัวหมองการธำรงปกป้องต้องกระทำทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาหรือต้องมีการแก้ไขข่าวหรือประท้วงหากมีข่าวคราวอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อวิชาชีพ

3. พัฒนาองค์ความรู้ในวิชาชีพ หน้าที่ของสมาชิกในวงการวิชาชีพคือ การที่ต้องรับผิดชอบในการศึกษา ค้นคว้าวิจัย สร้างความรู้และเผยแพร่ความรู้ เพื่อทำให้วิทยาการในศาสตร์สาขาวิชาชีพครูก้าวหน้าทันสังคมทันเหตุการณ์ ก่อประโยชน์ต่อประชาชนในสังคม ทำให้คนเก่ง และฉลาดขึ้น โดยวิธีการเรียนการสอนที่กระตุ้นให้ผู้เรียนรักเรียน ใฝ่รู้ ช่างคิด ทีวิจารณญาณ มีบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ มากขึ้น

4. สร้างองค์กรวิชาชีพให้แข็งแกร่งสมาชิกในวงวิชาชีพต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องสร้างองค์กรวิชาชีพให้คงมั่นธำรงอยู่ได้ด้วยการเป็นสื่อกลางระหว่างสมาชิก และเป็นเวทีให้คนในวงการได้แสดง ฝีมือและความสามารถทางการสร้างรูปแบบใหม่ของการเรียนการสอนตลอดจนการเผยแพร่ผลงานทางด้านการสร้างแบบเรียนใหม่ ๆ การเสนอแนวความคิดห่าในเรื่องของการพัฒนาคน การเรียนการสอน และการประเมินผล

5. ร่วมมือในกิจกรรมขององค์กรวิชาชีพ สมาชิกในสังคมวิชาชีพต้องร่วมมือกันในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวในเรื่องของความคิด หรือการจัดประชุม สัมมนา แลกเปลี่ยนแนวความคิดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร หากไม่ได้รับความสนับสนุนจากสมาชิกแล้ว ทำให้องค์กรวิชาชีพขาดความสำคัญลงและไม่สามารถดำเนินภารกิจขององค์กรวิชาชีพต่อไปได้บทบาทของการธำดงมาตรฐานและการส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการก็ย่อมจะลดลงด้วย ถ้าไม่มีปริมาณสมาชิกที่สนับสนุนเพียงพอ




จรรยาบรรณต่อผู้เรียน


ครูจะต้องมีความประพฤติปฏิบัติต่อผู้เรียน 9 ประการ คือ

1. ตั้งใจถ่ายทอดวิชาการ บทบาทของครูต้องพยายามที่จะทำให้ลูกศิษย์เรียนด้วยความสุข เรียนด้วยความเข้าใจ และเกิดความมานะพยายามที่จะรู้ในศาสตร์นั้น ครูจึงต้องตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะศึกษาวิชาการทั้งทางศาสตร์ที่จะสอน ศาสตร์ที่จะถ่ายทอดหรือวิธีการสอน ครูต้องพยายามที่จะหาวิธีการใหม่ ๆ มาลองทดลองสอน

2. รักและเข้าใจศิษย์ ครูต้องพยายามศึกษาธรรมชาติของวัยรุ่น ว่ามีปัญหามีความไวต่อความรู้สึก (sensitve) และอารมณ์ไม่มั่นคง ครูจึงควรให้อภัย เข้าใจ และหาวิธีการให้ศิษย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ครูต้องพยายามทำให้ลูกศิษย์รักและไว้ใจเพื่อที่จะได้กล้าปรึกษาในสิ่งต่างๆแล้วครูก็จะสามารถช่วยให้ศิษย์ประสบความสำเร็จในการเรียน และการดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้อง

3.ส่งเสริมการเรียนรู้ปัจจุบันการส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเองหรือการเรียนรู้จากการช่วยเหลือกันในกลุ่มอาจจะทำให้ผู้เรียนมีวิธีการหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ด้วยตนเองมากขึ้นมากกว่าจะคอยให้ครูบอกให้แต่ฝ่ายเดียว ครูจึงจำเป็นต้องชี้ช่องทางให้ผู้เรียนหาวิธีการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองมากขึ้น

4. ยุติธรรม อาชีพครูเป็นอาชีพที่จะต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นคนซื่อสัตย์ ยุติธรรม ไม่มีอคติลำเอียงต่อลูกศิษย์ ไม่เห็นว่าคนที่มีปัญหาเป็นคนน่ารังเกียจ หรือพอใจแต่เฉพาะศิษย์ที่เรียนเก่ง ไม่สร้างปัญหาเท่านั้น ครูต้องมีความเป็นธรรมในการให้คะแนน และพร้อมที่จะอธิบายวิธีการให้คะแนน และการตัดเกรดได้ ครูต้องรอบคอบในการรอกคะแนน เพราะถ้าผิดพลาดแล้วบางครั้งก็จะทำให้ผู้เรียนที่ควรได้คะแนนดี ๆ กลับได้คะแนนเกือบจะสอบตกไป

5. ไม่แสวงหาประโยชน์จากผู้เรียน ลักษณะของครูจะต้องเป็นผู้ไม่แสวงหาอามิสสินจ้าง เงินไม่ใช่สิ่งที่สร้างความสุขเสมอไป ครูจึงจะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษในการกระทำใด ๆ อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจได้ว่า ครูกำลังหาประโยชน์จากศิษย์อย่างไม่เป็นธรรม

6. ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี ครูมีอิทธิพลต่อศิษย์ทั้งด้านวาจา ความคิด บุคลิกภาพ และความประพฤติ ครูจึงจะต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกศิษย์ได้ซึมซับสิ่งที่ทำจากตัวครูไป เมื่อศิษย์เกิดศรัทธาในความสามารถของครู ศิษย์อาจจะเลียนแบบความประพฤติของครูไปอย่างไม่ได้เจตนา เช่น การตรงต่อเวลา การพูดจาชัดเจน การแสดงความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา สุภาพเรียบร้อย เป็นต้น

7.ให้เกียรติผู้เรียน การยกย่องให้เกียรติผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความพึงพอใจ และเกรงใจผู้สอน ครูไม่ควรใช้อำนาจในทางที่ผิด เช่น พูดจาข่มขู่ ใช้คำพูดไม่สุภาพ เปลี่ยนชื่อผู้เรียน เยาะหยันหรือดูถูกผู้เรียน การเคารพผู้เรียนในฐานะปัจเจกบุคคลเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจ และการเรียนรู้ที่ดี เมื่อผู้เรียนได้รับการปฏิบัติอย่างดี ย่อมก่อให้เกิดพลังในการศึกษาต่อไป

8.อบรมบ่มนิสัย ม.ล. ปิ่น มาลากุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูมีบทบาทหน้าที่ในการอบรมบ่มนิสัยเด็ก โดยท่านเชื่อว่า “การอบรมบ่มนิสัยใคร ๆนั้นเพียงแค่วันละนาทีก็ดีถม” ดังนั้นครูควรแบ่งเวลาในการอบรมบ่มนิสัยผู้เรียน เช่น ก่อนการสอนแต่ละชั่วโมงอาจชี้แนะหรือให้ความคิดที่ดีแก่ผู้เรียนได้ ครูควรถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องสอนคนให้เป็นคนดี

9.ช่วยเหลือศิษย์ผู้เรียนมาอยู่ในสถานศึกษาพร้อมด้วยประสบการณ์และปัญหาที่แตกต่างกันออกไปดังนั้นครูจึงมีหน้าที่ที่จะต้องสังเกตความผิดปกติหรือข้อบกพร่องของศิษย์ และพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ไม่ให้ศิษย์ต้องก้าวถลำลึกลงไปในพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์


จรรยาบรรณต่อตนเอง


1.ประพฤติชอบ ครูต้องตั้งตนไว้ในที่ถูกที่ควรสามารถบังคับตนเองให้ประพฤติแต่สิ่งที่ดีงามถูกต้อง

2.รับผิดชอบ ครูต้องฝึกความรับผิดชอบ โดยตั้งใจทำงานให้สำเร็จลุล่วง มีความผิดพลาดน้อย

3.มีเหตุผล ครูต้องฝึกถามคำถามตนเองบ่อย ๆ ฝึกความคิดวิเคราะห์หาเหตุหาผล หาข้อดีข้อเสียของตนเอง และเรื่องต่าง ๆ เพื่อทำให้ตนเองเป็นคนมีเหตุผลที่ดี

4.ใฝ่รู้ การติดตามข่าวสารข้อมูลอยู่เสมอ ๆ ทำให้ครูมีนิสัยใฝ่รู้ อยากทราบคำตอบในเรื่องต่าง ๆ ครูควรมีความรู้รอบตัวอย่างดีทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อให้ครูดำรงชีพในสังคมได้อย่างเป็นสุข ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ และชี้แนะสิ่งที่ถูกต้องให้ศิษย์ได้

5.รอบคอบ ครูต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นคนรอบคอบ ละเอียดและประณีต ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ การทำกิจกรรม เช่น ควบคุมบัญชีการเงินต้องรอบคอบ ต้องเห็นตัวเลขชัดเจนไม่ตกหล่น ทำให้เกิดการผิดพลาดที่เป็นผลร้ายทั้งของตนเองและผู้อื่น

6.ฝึกจิต การพัฒนาจิต ทำให้ครูอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและส่งผลทำให้ครูทำงานได้อย่างมีประสิทธิถาพมากขึ้นครูจึงต้องหมั่นฝึกจืตของตนให้สูงส่ง สูงกว่ามาตรฐาน ระงับอารมณ์ไม่ดี คิดอะไรได้สูงกว่ามาตรบานและคิดเป็นบวก มากกว่าคิดลบหรือคิดร้าย

7.สนใจศิษย์ การสนใจพัฒนาการของผู้เรียน เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้วิชาชีพครูก้าวหน้า เพราะถ้าไม่มีผู้เรียนก็ไม่มีวิชาชีพครู ครูจึงจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับลักษณะธรรมชาติผู้เรียน การแก้ปัญหาผู้เรียน การส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้

(หมายเหตุ)
จรรยาบรรณ คือ ประมวลพฤติกรรมที่กำหนด ลักษณะมาตรฐานการกระทำของครู อันจะทำให้วิชาชีพครูก้าวหน้าอย่างถาวร โดยที่ครูจะต้องดำเนินการเรียนการสอนโดยการยึดจรรยาบรรณต่อวิชาชีพต่อผู้เรียน และต่อตนเอง ในการทำหน้าที่ของครูให้สมบูรณ์ .

การเรียนครู

ครู คือ บุคคลที่มีหน้าที่ หรือมีอาชีพในการสอนนักเรียน เกี่ยวกับวิชาความรู้ หลักการคิดการอ่าน รวมถึงการปฏิบัติและแนวทางในการทำงาน โดยวิธีในการสอนจะแตกต่างกันออกไปโดยคำนึงถึงพื้นฐานควสวัสดีครับน้องๆๆทุกคนที่กำลังจะก้าวมาเป็นบุคลากรทางการศึกษาและรักในวิชาชีพครูทุกคน พี่ขอพาน้องๆมาสู่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ที่พัฒนามาจากโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงและวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร น้องๆหลายคนคงมีความใฝ่ฝันที่จะก้าวเข้ามาเป็นนิสิต มศว และต้องการที่จะเรียนครูที่นี่ เหตุผลง่ายๆที่ไม่ต้องตอบทุกคนก็คงรู้นั่นก็คือ ที่นี่เป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงทางด้านการผลิดครูเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงทางด้านการผลิตครูติดอันดับต้นๆๆของเอเชียเลยทีเดียว

ในอดีต มศว เคยเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงถนนประสานมิตรหลังจากนั้นมีการผลิตครูที่คณะวิชาการศึกษา วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรและได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงมีคณะศึกษาศาสตร์ทำหน้าที่ผลิตครู ซึ่งคณะศึกษาศาสตร์ มศว เป็นคณะแรกและเป็นคณะที่ทำชื่อเสียงให้กับ มศวนอกจากนั้นยังเป็นสถานศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการสอนวิชาชีพครูจนถึงปริญญาเอก หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต(กศ.บ.)เป็นหลักสูตรที่มีอายุเท่ากับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

อันนี้ไม่ใช่ประเด็นที่เราจะพูดถึงกัน แต่ประเด็นหลักนั่นก็คือ..การที่น้องจะเลือกคณะเข้าศึกษาที่ มศว เป็นนิสิต มศว นั้นก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าตอนนี้ที่ มศว การที่จะเรียนครูนั้นไม่ได้สังกัดในคณะศึกษาศาสตร์แล้ว แต่ตอนนี้การเรียนครู ที่ มศว ได้ย้ายไปสังกัดในคณะตามวิชาเอกที่ตนเรียนต่างหาก ดังนี้

สังกัดคณะศึกษาศาสตร์

-ประถมศึกษา (กศ.บ.) 5 ปี
-การแนะแนว (กศ.บ.) 4 ปี
-เทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา (กศ.บ.) 4 ปี

สังกัดคณะมนุษยศาสตร์

-ภาษาอังกฤษ (กศ.บ.) 5 ปี*
-ภาษาไทย (กศ.บ.) 5 ปี*

สังกัดคณะสังคมศาสตร์

-สังคมศึกษา (กศ.บ.) 5 ปี*

สังกัดคณะวิทยาศาสตร์

-วิทยาศาสตร์ทั่วไป (กศ.บ.) 5 ปี*
-ชีววิทยา (กศ.บ.) 5 ปี*
-ฟิสิกส์ (กศ.บ.) 5 ปี*
-เคมี (กศ.บ.)5 ปี*
-คณิตศาสตร์ (กศ.บ.)5 ปี*

สังกัดคณะศิลปกรรมศาสตร์

-ศิลปกรรมศาสตร์ศึกษา สาขาศิลปศึกษา (กศ.บ.) 5 ปี*
-ศิลปกรรมศาสตร์ศึกษา สาขาศิลปะการแสดงศึกษา(กศ.บ.) 5 ปี*
-ศิลปกรรมศาสตร์ศึกษา สาขาดนตรีศึกษา(กศ.บ.) 5 ปี*


*โครงการความร่วมมือของคณะศึกษาศาสตร์ในการสอนวิชาชีพครู

น้องๆหลายคนคงจะไม่เข้าใจว่า กศ.บ. คืออะไร

กศ.บ. คือ หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต เป็นหลักสูตรในด้านการผลิตครูของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นหลักสูตรเดียวกับ ครุศาสตร์บัณฑิตและหลักสูตรศึกษาศาสตร์บัณฑิตของมหาวิทยาลัยอื่นๆเพียงแต่ชื่อไม่เหมือนกันเท่านั้นตามแต่ละมหาวิทยาลัยจะใช้


ต่อจากนี้คือ ประเด็นสำคัญที่น้องๆทุกคนต้องอ่าน

ตอนนี้การจะเรียนครูที่ มศว ไม่ได้สังกัดในคณะศึกษาศาสตร์แล้วแต่ตอนนี้ได้ไปสังกัดในคณะตามวิชาเอกที่ตนเรียนมีหลายคนกังวลว่าเมื่อจบมาแล้วจะไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพ อันนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะคณะที่คุณสังกัดไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องกังวล แต่ควรมากังวลวุฒิที่คุณจบไปมากกว่า หากคุณจบวุฒิการศึกษา ดังนี้คือ
1.การศึกษาบัณฑิต(กศ.บ.)
2.ครุศาสตร์บัณฑิต(ค.บ.)
3.ศึกษาศาสตร์บัณฑิต(ศษ.บ.)
3 วุฒินี้เป็นวุฒิที่คณะศึกษาศาสตร์ออกให้สามารถได้ใบประกอบวิชาชีพครู

ต่อมาการเรียนครูที่ มศว จะเรียนวิชาเอกตามที่ตนได้สังกัด ซึ่งเราจะได้วิชาความรู้นั้นแน่นขึ้น สามารถสอนเด็กได้มีคุณภาพ และจะเรียนวิชาชีพครูที่จัดสอนโดยคณะศึกษาศาสตร์ซึ่งไม่ต้องกังวลเลยว่าวิชาชีพครูที่นี่นั้นมีการสอนที่มีคุณภาพมากๆๆๆๆ ปีสุดท้ายมีการปฏิบัติการสอนในความดูแลของคณะศึกษาศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 เรียนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์เฉพาะที่สังกัดคณะมนุษยศาสตร์ เพื่อเป็นการใช้ชีวิตร่วมกันของนิสิต อันจะเกิดเป็นการก่อลักษณะนิสัยในการเข้าสังคมที่ดีส่วนชั้นปีต่อมา เรียนที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

ส่วนการที่จะเข้ามาเรียนนั้น โดยวิธีแอดมิสชั่นนั้น ต้องสอบวิชาเฉพาะนั่นก็คือ วิชาความถนัดทางวิชาชีพครู อันนี้สำคัญมากๆๆต้องสมัครสอบ นอกจากนั้นก็ดูว่าวิชาเอกเรานั้นต้องใช้วิชาอะไรบ้างตามที่คณะที่ตนสังกัดและมหาวิทยาลัยกำหนด

ดังนั้นน้องๆทุกคนไม่ต้องกังวลเลยว่าการเรียนครูที่ มศว นั้นมีคุณภาพมากเพียงใด เรามาเรียนครู ที่ มศว กันเถอะพี่ๆยินดีต้อนรับต้นกล้าทางการศึกษาต้นใหม่ที่จะเติบโตเป็นครูที่ดีในอนาคต



--------------------------------------------------------------------------------


จะ กล่าวเรื่องเลือดสองนัยให้ขบคิด
เลือด ในจิตเรื่องในร่างอาจต่างสี
ใคร ว่าใครถูกตาถ้าเข้าที
ก็ ยินดีให้เลือดเปลี่ยนเลียนสีตาม
ช่าง ใจใครก็ใจมันฉันไม่รู้
เขา อาจดูเลือดสง่าน่าเกรงขาม
แต่ เลือดฉัน "มศว" ก็งดงาม
เลือด เทา-แดง คือความภาคภูมิใจ
เรา คือผู้ที่ฉลาดอย่างอาจอง
คือ ปราชญ์ทรงศีลธรรมไม่หวั่นไหว
เทา หมายถึงสติกล้าปัญญาไว
แดง คงไว้ความหาญแกร่งแรงพลัง

โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีความหมายว่า "มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแก่มหานคร"

"วิโรฒ" มาจากคำว่า "วิโรฒ" ในภาษาสันสกฤต แปลว่า ความงอกงามหรือเจริญ เทียบได้กับคำว่า"วิรุฬห์" ในภาษาบาลี

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (อ่านว่า สี-นะ-คะ-ริน-วิ-โรด) มีชื่อย่อ ว่า "มศว" เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า "Srinakharinwirot University"

ตราสัญลักษณ์

ได้มาจากกราฟที่เขียนแทนสมการทางคณิตศาสตร์ Y = e กำลัง x หมายถึง การเพิ่มหรือการงอกงาม ซึ่งตรงกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่ว่า การศึกษาคือความเจริญงอกงาม (สิกขา วิรุฬ หิ สมปตตา)

สีประจำมหาวิทยาลัย

สีเทา - แดง
สีเทา คือ สีของสมอง หมายถึง ความคิดหรือสติปัญญา
สีแดง คือ สีของเลือด หมายถึง ความกล้าหาญ

ามรู้ ความสามารถ และเป้าหมายของนักเรียนแต่ละคน